
วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง : เรื่อง
วิจิตต์ แซ่เฮ้ง : ภาพ
มิถุนายน ๒๕๔๖
ร่างของชายคนนั้นชุ่มโชกเหมือนเปียกฝน ทั้งที่เขานั่งอยู่ในร่ม
ความจริงมันเป็นเหงื่อของเขา…
เขานั่งอยู่หลังความร้อน ๑,๒๐๐ องศาเซลเซียส บังคับเปลวไฟสีดาวตกให้หลอมละลายแท่งแก้วใส เพื่อจะเสกสรรค์ปั้นแต่งเป็นรูปทรงตามที่เขาวาดไว้ในใจ หรือจะกล่าวว่าเขากำลังปั้นแก้วให้เป็นตัว-อย่างนั้นก็ได้
งานของเขาเป็นที่สนใจของคนที่เดินผ่านไปมา แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ ชิ้นงานที่วางเรียงอยู่บนชั้นโชว์ใต้ป้ายชื่อร้าน ‘บ้านคนเป่าแก้ว’
นอกจากเรี่ยวแรงและความคิด งานทุกชิ้นมีหยาดเหงื่อของเขาเจืออยู่ด้วย
ขณะที่งานศิลป์ส่วนใหญ่เรียกร้องความอ่อนโยน เยือกเย็น ในการสร้างสรรค์ แต่ช่างเป่าแก้วต้องอยู่กับความรุ่มร้อน–ดูขัดแย้งไหม ?
นี่แหละ งานเป่าแก้ว งานศิลป์ที่เกิดจากแรงลมและเปลวไฟ

GLASS BLOWER HOUSE บางกะปิ กรุงเทพฯ
“ขอโทษ คุณจะพักการทำงานตอนไหนบ้าง ? ผมอยากคุยด้วย”
”เดี๋ยวนี้”
ช่างเป่าแก้วหนุ่มผมเกรียน ลดมือลงไปปิดวาล์วแก๊สและออกซิเจน แล้วพาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามกางเกงผ้าฝ้ายออกมาจากเก้าอี้ทำงาน เดินนำผมออกไปจากความจอแจและอบอ้าวของตลาดตะวันนายามบ่าย ผมเพิ่งสังเกตเห็นรอยสักรูปพระพิฆเนศบนท่อนแขนข้างขวาของเขาในตอนนั้น
”คุณเรียกตัวเองและคนอื่นเรียกคุณว่าอย่างไร”
ผมถามผ่านอากาศอวลกลิ่นกาแฟ
”คนเป่าแก้ว” หลังกาแฟจิบแรกของเขา “เพราะผมทำงานเป่าแก้ว”
”อย่างไร”
”งานเป่าแก้ว คือการสร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นจากแก้ว ซึ่งมีวิธีการอันหลากหลาย และรูปแบบของชิ้นงานก็จะแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่นำมาใช้ เช่น งานเป่าปั้น งานถัก งานแก้วโปร่ง”
”คุณได้วิชามาจากไหน”
”ไม่ได้เรียนจากไหนเลย ไม่ว่าในระบบหรือนอกระบบ แรงบันดาลใจของผมมาจากความรักชอบในงานศิลปะ แล้ววันหนึ่งไปเห็นเพื่อนทำงานเป่าแก้ว เราก็เกิดความสนใจ ลักจำมาหัดทำเองดูบ้าง จากนั้นก็ฝึกฝนฝีมือด้วยตัวเองตลอดมา”
“คุณลองมองดูมัน แล้วจะได้คำตอบด้วยตัวเอง…จากแท่งแก้วแข็งทื่อ มาเป็นชิ้นงานวางวาวใสอยู่ตรงหน้า คุณว่ามันน่าอัศจรรย์ไหม ?”
”งดงามออกปานนั้น…ทำไมงานเป่าแก้วยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทย”
”คนทำยังมีน้อย ผลงานที่ออกมาส่วนใหญ่ไม่ได้ลงมาสู่ตลาด ส่วนหนึ่งถูกส่งออกต่างประเทศ บางส่วนขึ้นไปอยู่ในตู้โชว์ของร้านชั้นนำที่คนทั่ว ๆ ไปเข้าไม่ถึง อีกอย่างหนึ่งวงการนี้มันหวงวิชากันมาก คนมีฝีมือไม่ยอมถ่ายทอดเทคนิคเคล็ดความรู้ให้ใครง่าย ๆ ช่างรุ่นหลังต้องเริ่มต้นลองผิดลองถูกด้วยตัวเองใหม่หมด ศิลปะการเป่าแก้วจึงพัฒนาไปได้ช้า”
”สำหรับคุณ เป่าแก้ว เป็นงานศิลปะหรือการประกอบอาชีพ”
”เป็นการบรรจบกันของทั้งสองสิ่ง ผมประณีตกับงานทุกชิ้น และคิดว่างานศิลปะก็ควรจะมีราคาเหมาะสมตามความงดงามของมัน ไม่ตกต่ำอย่างพืชผลเกษตร และไม่แพงอย่างน้ำหอมของไฮโซ”
”คุณเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ด้วยงานเป่าแก้ว ?”
”ใช่ ทุกวันนี้ผมมีร้านอยู่ที่ตลาดตะวันนา ไก่ แฟนของผมเขาเป็นคนดูแลเรื่องการขาย รายได้เดือนหนึ่ง ๆ เพียงพอสำหรับผ่อนบ้านหนึ่งหลังกับรถยนต์อีกคัน ผมก็มานั่งทำงานอยู่ที่ร้านอย่างที่คุณเห็นเมื่อตะกี้น่ะแหละ คนได้เห็นการทำเขาก็ตื่นเต้นและชอบ”
”ถ้าผมอยากเห็นภาพการทำงานขนาดใหญ่จะหาดูได้ที่ไหน”
”คุณต้องไปศูนย์ศิลปาชีพบางไทร”
เป็นคำแนะนำจากช่างอ๊อด หรือ อุทาน นามเสนา เจ้าของร้านบ้านคนเป่าแก้ว – Glass Blower House ตลาดตะวันนา

ห้องนิทรรศการ ๑ ชั้น ๒ ปีกซ้าย ศาลาพระมิ่งขวัญ
ไม่มีที่ติเลย ตลอดลำเรือสุพรรณหงส์ขนาด ๓๖ ฝีพาย ทุกมิลลิเมตรถูกถักทอมาอย่างประณีต–ถักด้วยเส้นแก้ว องค์ประกอบส่วนอื่น ๆ ทั้งพลับพลา ร่มฉัตร ตัวนายท้าย นายสัญญาณ ฝีพาย แม้กระทั่งพายแต่ละเล่ม ถ้าพิศมองอย่างละเอียดก็จะเห็นถึงความละเอียดอ่อนในการทำ ส่วนที่อ่อนบางอย่างชายธง ชายร่มฉัตร พู่ขนนกในมือนายสัญญาณ พู่มาลัยที่คางและคอหงส์ แลอ่อนพลิ้วเหมือนจะโบกไหวได้หากลมพานแม้เพียงแผ่วเบา
แต่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด เป็นลำเรืออนันตนาคราช กับเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ขนาด ๕๐ ฝีพาย ความยาว ๔๘ นิ้ว เป็นงานชิ้นมหึมาตั้งเด่นอยู่กลางห้องเป็นที่ต้องตาคน ในตู้ที่อยู่ถัดเข้าไปเป็นงานชุดรูปสัตว์สี่ชนิด กระต่าย หนู หมู ช้าง แบบละ ๓๙ ตัว เรียงไล่ขนาดกันตั้งแต่ตัวเล็กเท่าหัวไม้ขีดจนถึงตัวใหญ่เท่าไข่ห่าน อีกตู้เป็นงานแก้วสีรูปสิงสาราสัตว์นานาชนิด และรูปต้นไม้ ดอกไม้ แพรวพรายของสีสันมากกว่าจำนวนสีของสายรุ้ง แดง เขียว เหลือง ส้ม แสด ชมพู ฟ้า ขาว ม่วง น้ำเงิน น้ำตาล แลละลานตาเหมือนผืนป่าในเทพนิยาย
”ใช้แก้วอะไรทำงาน”
”เป็นแก้วแท่งซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ที่เรียกกันว่า แก้วแข็ง หรือแก้วทนไฟ การทำงานศิลปะมักใช้แก้วชนิดนี้ เพราะเนื้อแก้วใส ทำงานได้ง่าย และชิ้นงานมีความทนทาน”
”ทนทานแค่ไหน”
”ก็เท่าความแข็งของแก้ว”
”งานแก้วมีอะไรน่าสนใจ”

ในแง่ของความอลังการ ต้องเป็นงานชุดสงครามยุทธหัตถี พลังของงานชั้นนี้อยู่ที่ท่วงท่าของพญาช้างทั้งสองเชือกที่กำลังประจันหน้ากัน และอยู่ในความแข็งแกร่งของเหล่าทหารราบที่โรมรันกันอยู่รอบช้างศึก ส่วนชิ้นงานรูปพญานาค ตรึงตาทันทีที่เห็นด้วยลีลา ท่าทาง และรายละเอียดของลายเกล็ด รูปนกยูงอวดแพนหาง งดงามจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ด้วยเนื้อแก้ว รูปหมู่ปลามากกว่าโหลแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ใต้น้ำ ตัวปลาและต้นพืชมาจากแก้วหลากชิ้นหลายขนาด แต่เชื่อมต่อกันสนิทเหมือนเกิดจากแก้วชิ้นเดียว รูปผู้หญิงเต้นบัลเลย์หกท่าทาง แสดงความอ่อนช้อย และความแม่นยำเรื่องสัดส่วน และโดดเด่นที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง ได้แก่ ประติมากรรมแก้วชุดเชิดมังกร หนวด ครีบ และหางที่อ่อนพลิ้วเหมือนเส้นไหม ประดับอยู่บนสรีระอันองอาจสง่างามของพญามังกร ซึ่งกำลังคึกคะนองอยู่เหนือหัวของเหล่านักเชิดร่างล่ำสันทะมัดทะแมง เลื้อยไล่ตามลูกแก้วที่หยอกล่อราวกับจะพากันทะยานออกมานอกตู้ !
แก้วที่แข็งอย่างหินปั้นเป็นตัวเป็นตนได้อย่างกับขี้ผึ้ง เขาทำได้อย่างไรกัน ? แค่ฝีมือเชิงช่างและความรู้ทางวิทยาศาสตร์เคมีคงไม่พอที่จะเนรมิตแก้วแท่งกลมให้เป็นชิ้นงานที่งดงามอย่างไม่มีที่ติ นี่เป็นงานที่ต้องทำด้วยหัวใจ ! และแน่นอน–มันคงไม่ง่ายอย่างการกดปลายนิ้วไปบนแป้นคีบอร์ดคอมพิวเตอร์ ประติมากรจะเป็นผู้สูงศักดิ์ต่ำต้อยอย่างไร-เขาควรได้รับการคารวะ อย่างน้อยที่สุดเขาก็น่านับถือมากกว่า ฯพณฯ ในทำเนียบ ผลงานของช่างเป่าแก้วอาจจะจรรโลงหัวใจคน หรืออาจไม่มีผลสะเทือนอันใดกับบางคน แต่มันไม่เคยสร้างความอัปยศอดสูและเบียดเบียนประชาชน !
ผู้อ่านอยากเห็นที่มาของงานในห้องนี้ไหม ? ผมกำลังจะไปที่นั่น
ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก : http://blog.eduzones.com/domrongsuk
| Tags: ธุรกิจ, รายได้, อาชีพ, เป่าแก้ว |
|
« หัวข้อที่เกี่ยวข้อง » เส้นทางรวย 2012 / 2555 |















