| โซนีสร้างฝันเตรียมขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดกล้องดิจิตอลทุกกลุ่ม เสริมกำลังกองทัพด้วยการเปิดตัวกล้อง 7 รุ่น 3 ตระกูล ชูความสามารถถ่ายภาพความเร็วสูง และถ่ายภาพ 3มิติ อวย NEX เปิดตัว 4 เดือนดันตลาดโต 3 เท่า โยสุเกะ อาโอกิ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Imaging & Sound บริษัท โซนี อิเลกทรอนิกส์ เอเซีย แปซิฟิก กล่าวว่าปัจจุบันโซนีเป็นเบอร์ 1 ในตลาดกล้องวิดีโอ แคมคอร์เดอร์ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 60% นำแคนนอน และเจวีซี และเป็นเบอร์ 1 ในตลาดกล้องคอมแพกต์ที่ส่วนแบ่ง 30% เหลือเพียงตลาดดีเอสแอลอาร์ ที่ยังคงเป็นเบอร์ 3 อยู่ ”ด้วยความพร้อมในด้านการผลิต เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความพยายามที่จะทำสินค้าให้ตอบโจทย์การใช้งานในทุกกลุ่มความต้องการ ทำให้เชื่อมั่นว่าในอนาคต โซนีจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในทุกตลาดกล้องดิจิตอล” ปัจจุบันโซนีมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องเอสแอลอาร์อยู่ที่ 17% รองจากแคนนอน และนิคอนที่มีส่วนแบ่ง 50% และ 20% จากตลาดรวมในประเทศไทยที่มีอยู่กว่า 90,000เครื่อง ”ด้วยกระแสตอบรับที่ดีของกล้องตระกูล NEX ที่เปิดตัวไปในเดือนมิถุนายน และการเปิดตัวกล้องอัลฟ่ารุ่นใหม่ในปี 53 ทำให้ตลาดกล้องเอสแอลอาร์ของโซนีโตขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่เพียง 5-6 % โดยในช่วงแรกเราตั้งเป้าไว้ว่าปี 53 นี้จะมีส่วนแบ่ง 15% แต่กลับสูงทะลุเป้าเป็น 17%” โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการบริษัท โซนี ไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตของกล้องภาพนิ่งในปัจจุบันว่า กล้องคอมแพกต์มีการเติบโตที่ค่อนข้างช้า สวนทางกับกล้องเอสแอลอาร์ที่มีการเติ้บโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการที่กล้องเอสแอลอาร์ในปัจจุบันมีราคาถูก มีขนาดเล็กลง ใช้งานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเป็นมืออาชีพมากกว่า ”ในปีนี้ภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลอิมเมจจิงน่าจะเติบโตขึ้น 10-20% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มกล้องเอสแอลอาร์ที่มีการเติบโต 25-30%” สำหรับกลยุทธในการเตรียมขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในทุกตลาดกล้องดิจิตอลคือ การเน้นการทำตลาดทั้งแบบอะโบฟเดอะไลน์ และบีโลว์ เดอะไลน์ โดยเน้นสื่อออนไลน์ และการตกแต่งหน้าร้านใหม่ให้มีความสวยงามดึงดูดในมากขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสตัวสินค้าและทดลองใช้งานจริง ”วันนี้เราได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในตระกูลอัลฟ่า ไซเบอร์ช็อต และแฮนดี้แคม โดยกล้องวิดีโอ NEX-VG10 เป็นกล้องความละเอียดสูงที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตัวแรกของโลก โดยจะใช้เลนส์ร่วมกับกล้องอัลฟ่า (E-Mount และ A-Mount) พร้อมความสามารถในการบันทึกภาพนิ่งที่ความละเอียด 14.2ล้านพิกเซล” กล้องอัลฟ่า A33 และ A55 ที่ใช้เทคโนโลยีกระจกสะท้อนภาพแบบ Translucent Mirror ทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 10เฟรมต่อวินาที(สำหรับรุ่น A55) และรองรับการบันทึกวิดีโอแบบ AVCHD Full HD1080i รวมถึงอัลฟ่า A580 ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Exmor APS HD CMOS ความละเอียด 16.2ล้านพิกเซล และระบบออโต้โฟกัส 15จุด และกล้องตระกูลไซเบอร์ช็อตอย่าง TX9, WX5 ที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างภายในช็อตเดียว ด้วยเทคโนโลยี 3D Sweep Panorama และ 3D Sweep Multi Angle ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ภาพนิ่ง 3มิติได้บนทีวีบราเวีย พน้อมโหมดถ่ายภาพหน้าชัด-หลังเบลอ ที่มีอยู่ในกล้องตระกูลอัลฟ่า นอกจากนี้ยังมีรุ่น T99 ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Super HAD CCD Sensor และโหมดถ่ายภาพบุคคลให้สวยงามโดยไม่ต้องตกแต่งภาพ (Soft Skin Mode) โดยกล้องอัลฟ่า A580, A55 และ A33 จะมาพร้อมเลนส์ SAL 18-55 จะหน่ายในราคา 32,990 30,990 และ 26,990 บาท ในส่วนของกล้องวิดีโอ NEX-VG10 จำหน่ายในราคา 69,990 บาท กล้องไซเบอร์ช็อต TX9, WX5 และ T99 ราคา 15,990 12,990 และ 10,990 บาท ตามลำดับ สำหรับอนาคตของกล้องดิจิตอล 3 มิตินั้น โทรุระบุว่าการเปิดตัวกล้องที่ใช้เทคโนโลยี 3D Sweep Panorama และ 3D Sweep Multi Angle นั้นเป็นก้าวแรกของการทำตลาดกล้อง 3 มิติ โดยขณะนี้โซนีกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเทคโนโลยี 3D บนกล้องดิจิตอล ซึ่งไม่น่าใช่เรื่องยาก เนื่องจากปัจจุบันโซนีมีทีวีที่รองรับเทคโนโลยี 3 มิติ อยู่แล้ว คาดว่าอีกไม่นานผู้บริโภคคงมีโอกาสสัมผัสกล้อง 3 มิติจากโซนี่ แน่นอน |
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : www.manager.co.th
| Tags: Sony, กล้องดิจิตอล, ข่าวธุรกิจ, ประชาสัมพันธ์, แวดวงธุรกิจ |
|
« หัวข้อที่เกี่ยวข้อง » PR Released 2012 / 2555 |
















